วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2559

สิ่งที่ทั่วโลกสรุปไม่ได้เกี่ยวกับวัดพระธรรมกาย


ทุกวันนี้ วัดพระธรรมกายโดนโจมตีจากสื่อเมืองไทยหนักมาก

แต่ทำไมวัดพระธรรมกายถึงได้รับการยกย่องจาก 97 องค์กรสำคัญจาก 40 ประเทศทั่วโลก ?
ทำจากทับทิมแท้ๆ จากประเทศพม่า

 

จากท่านประธานาธิบดีฟิลิปปินส์


ขณะที่วัดพระธรรมกายโดนโจมตีอย่างหนักนี้
ทำไม..กลับมีพระผู้ใหญ่หลายท่านและมหาเถรสมาคมยอมเสียชื่อเสียง เพื่อมารับรองว่า..เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายไม่ผิด !!!


เหตุใด..ท่านต้องเอาตำแหน่งและชื่อเสียงที่ท่านสร้างมาทั้งชีวิตมาแลกกับการไม่ยอมเอาผิดวัดพระธรรมกายด้วย ?

ตรงจุดนี้ ก็มีคนบอกว่า เพราะวัดพระธรรมกายจ่ายเงินซื้อมหาเถรสมาคมไว้หมดแล้ว

ซึ่งคนที่คิดแบบนี้ลืมไปรึเปล่าว่า..เงินไม่สามารถซื้อได้ทุกสิ่ง  

และที่สำคัญมหาเถรสมาคมทุกรูปท่านก็มีลูกศิษย์ลูกหานับถือจำนวนมหาศาล อีกทั้งยังมีปัจจัยเหลือเฟือโดยไม่จำเป็นต้องเห็นแก่เงินเพียงไม่กี่บาทที่วัดพระธรรมกายถวายเลย

ตรงจุดนี้ อยากให้ทำใจกลาง ๆ ลองคิดดูว่า...

หากคุณเป็นคนรวยที่มีชื่อเสียงในระดับประเทศ แล้วต้องมาเป็นตุลาการตัดสินใครสักคน โดยเห็นแก่ความถูกต้องจริง ๆ แต่ต้องสูญสิ้นชื่อเสียงทั้งหมด และโดนปลดจากทุกตำแหน่งที่มี ถ้าเป็นคุณ..คุณจะยอมไหม ???

แต่ด้วยความรักความถูกต้องยิ่งกว่า ยศ ชีวิต และคุณธรรมแห่งความเป็นพระนี่เอง มีพระผู้ใหญ่หลายท่านยอม !!!

อย่างในกรณี วันที่ 16 กันยายน  พ.ศ. 2541 ที่ พระพรหมโมลี (วิลาศ ญาณวโร ป.ธ.9) เจ้าอาวาสวัดยานาวา เจ้าคณะภาค 1 ตัดสินโดยใช้หลักของความเป็นธรรม เพราะรู้ว่าเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายโดนใส่ร้าย ท่านจึงตัดสินให้เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายไม่ผิด ทั้ง ๆ ที่ท่านก็รู้อยู่เต็มอกว่า..หากตัดสินออกมาแบบนี้ ท่านจะต้องพบชะตากรรมเช่นไรบ้าง
 










ซึ่งก็จริง ๆ  หลังจากท่านตัดสินเช่นนี้ ทำให้พระพรหมโมลีโดนปลด และมรณภาพที่ประเทศพม่าในเวลาต่อมา !!!

จากข้อมูลความเป็นจริงข้างต้น หากวัดพระธรรมกายชั่วหรือผิดจริง ๆ ทำไมมหาเถรสมาคมถึงปล่อยให้วัดพระธรรมกายลอยนวลอยู่ได้

ยิ่งไปกว่านั้น ปัจจุบันก็มีคณะสงฆ์จำนวนมหาศาลและสาธุชนเรือนล้านที่พร้อมจะยืนเคียงข้างวัดพระธรรมกาย เพราะรู้ถึงข้อมูลความเป็นจริงบางอย่างที่ฟังแล้วอาจสะดุ้ง











ภาพพระ-สามเณร จำนวนแสนรูป จากงานตักบาตรวันที่ 22 เมษายน 2559 ที่ผ่่านมา



จากข้อมูลทางด้านดีและไม่ดี ที่ดูขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง

ของวัดพระธรรมกาย

ต้องมีอะไรที่เป็นเงื่อนงำมากกว่านั้น

ซึ่งผู้เขียนจะขอนำเสนอในตอนต่อ ๆ ไป